บริดจสโตน เดินหน้าสู่บทใหม่ในฐานะผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียว ABB FIA Formula E World Championship
บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น ประกาศเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship*1 ซึ่งเป็นการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยานยนต์ไฟฟ้าล้วนชั้นนำของโลก ในฤดูกาล 2026/27*2 โดยการแข่งขัน Formula E ฤดูกาลใหม่จะเป็นการเปิดตัวรถแข่ง GEN 4 ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความเร็ว ความยั่งยืน และนวัตกรรมในวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยอัตราเร่งที่เหนือชั้น แรงบิดสูง ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแอ็กทีฟตลอดเวลา (Permanent Active All-Wheel Drive) ทำให้ GEN 4 เป็นรถแข่งที่เร็วที่สุด ด้วยความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทรงพลังที่สุด ด้วยกำลังสูงสุด 815 แรงม้า ในประวัติศาสตร์การแข่งขัน Formula Eบริดจสโตนพร้อมสนับสนุนการแข่งขันที่เร้าใจและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ด้วยการส่งมอบยางนวัตกรรมยาง “POTENZA” ที่ช่วยดึงสมรรถนะสูงสุดของรถ GEN 4 ออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพโดยได้เปิดตัวในงาน Bridgestone Formula E World Premiere เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
บริดจสโตนกับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตและก้าวเข้าสู่การแข่งขัน Formula E
สำหรับบริดจสโตน กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นทั้งจุดกำเนิดแห่งความหลงใหลและความท้าทายในการก้าวข้ามขีดจำกัด ภายใต้หลักการพื้นฐานที่ว่า “ยางดูแลชีวิต” พนักงานบริดจสโตนทั่วโลกได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อท้าทายขีดจำกัดในโลกมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ปี
บริดจสโตนได้สั่งสมความภาคภูมิใจ ความมุ่งมั่น เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน บุคลากรที่มีศักยภาพสูง และพลังของแบรนด์ ซึ่งล้วนได้รับการหล่อหลอมจากการแข่งขันในสนามที่ท้าทาย รวมถึงกำหนดให้มอเตอร์สปอร์ตเป็น “ห้องทดลองเคลื่อนที่ (Mobile Laboratory)” โดยนำประสบการณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้รับจากการแข่งขันมาต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางสำหรับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
การก้าวเข้าสู่ Formula E นับเป็นเวทีการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ช่วยให้บริดจสโตนพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการผลิต
นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม พร้อมร่วมแบ่งปันความตื่นเต้นและความประทับใจของการแข่งขันกับแฟนมอเตอร์สปอร์ตและพันธมิตรทั่วโลก มุ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันสู่ระดับโลก พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตที่เปี่ยมด้วยความท้าทายและนวัตกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืน
เอกลักษณ์ของ Formula E
Formula E คือการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยานยนต์ไฟฟ้าล้วนชั้นนำของโลกภายใต้การกำกับดูแลสหพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) นับตั้งแต่เริ่มการแข่งขันครั้งแรกในปีค.ศ. 2014 รถแข่งทุกคันใช้พลังงานไฟฟ้าในการแข่งขัน และใช้ประโยชน์จากการทำงานที่สะอาดของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า การแข่งขันจัดขึ้นทั้งในสนามแข่งระดับนานาชาติทั่วโลกและสนามแข่งบนถนนในเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น โมนาโก เซาเปาโล ซานย่า และโตเกียว ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดบนช่องทางโซเชียลมีเดียและกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ เช่น FIA Girls on Track*3 ทำให้ Formula E เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีฐานแฟนกีฬาทั่วโลกมากกว่า 400 ล้านคน การแข่งขันได้สะท้อนแนวคิด “Making Progress Thrilling” หรือ ทำให้ “ความก้าวหน้าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น” และแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้จริง

ยาง BRIDGESTONE POTENZA รองรับสมรรถนะรถแข่ง GEN 4
รถแข่ง GEN 4 มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่นทั้งอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 1.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังสูงสุด 600 กิโลวัตต์ (815 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทำงานแบบแอ็กทีฟตลอดเวลา ทำให้ข้อกำหนดด้านสมรรถนะของยางมีความเข้มข้นและท้าทายมากขึ้น
เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านสมรรถนะขั้นสูง บริดจสโตนได้พัฒนายางรุ่นใหม่ “POTENZA GEN 4” ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ การยึดเกาะถนนสูงเพื่อดึงสมรรถนะของรถแข่งออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพถนนและสภาพอากาศที่หลากหลายทั่วโลก ความทนทานที่ช่วยรักษาสมรรถนะระดับสูงได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน
นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้พัฒนายางสำหรับการแข่งขันบนพื้นเปียกโดยเฉพาะ “POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE”*4 ซึ่งช่วยให้รถแข่งสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นคงแม้ในสภาพฝนตกหนัก ยาง “POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE” มอบประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม แม้ในสภาพพื้นถนนเปียกที่มีปริมาณน้ำสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยการส่งมอบยางทั้งสองประเภท ได้แก่ “POTENZA GEN 4” และ “POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE” บริดจสโตนจึงเดินหน้าสนับสนุนการแข่งขัน Formula E ด้วยความเร้าใจในทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ
มุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น
สำหรับยางรถแข่ง GEN 4 บริดจสโตนสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน*6ได้ถึง 65%*5 ในยางทุกเส้น โดยเลือกใช้วัตถุดิบ เช่น คาร์บอนแบล็กที่ผลิตจากน้ำมันไพโรไลซิสซึ่งได้จากยางรถยนต์หมดอายุการใช้งานและซิลิกาที่ผลิตจากแกลบข้าว ยางธรรมชาติที่นำมาใช้มาจากห่วงโซ่อุปทานที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบสถานะด้านความยั่งยืนของบริดจสโตน สอดคล้องกับระบบการรับรองของ GPSNR*7 และได้รับการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานอิสระภายนอก นอกจากนี้ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในกระบวนการผลิตยาง บริดจสโตนได้จัดสรรพลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับทั้งพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิต พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากการขนส่ง ผ่านการส่งเสริมรูปแบบการขนส่งคาร์บอนต่ำ*8นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการสร้างสรรค์ร่วมกับพันธมิตร รวมถึงโครงการรีไซเคิลยางรถยนต์หมดอายุการใช้งานด้วยกระบวนการทางเคมี