Honda Super-ONE ใหม่ เปิดราคาทางการ 990,000 บาท
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda Super-ONE ใหม่990,000 บาท รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขับสนุกจากฮอนด้า ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (CBU) จำนวนจำกัด 30 คันในปีนี้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าชาวไทยลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการจอง Honda Super-ONE ใหม่ อย่างเป็นทางการพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. วันเดียวเท่านั้น! ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/e-quotation จัดจำหน่ายด้วยสีภายนอกใหม่! สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) พร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) และสีภายในห้องโดยสารสีทรีโทน (ขาว/เทา/ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า พร้อมทางเลือกอุปกรณ์ตกแต่ง BULLDOG และ MUGENให้เลือกบูสต์ความโดดเด่น สะท้อนตัวตนอย่างมีสไตล์ ทั้งนี้ เนื่องจากการจัดสรรรถมีจำนวนจำกัด บริษัทฯ จะพิจารณาและติดต่อกลับลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ์และเงื่อนไขการจองตามลำดับการลงทะเบียน* โดยบริษัทฯ พร้อมเริ่มส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว Honda Super-ONE ใหม่ ในประเทศไทย ไม่เพียงเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบ ‘ความสนุกในการขับขี่’ (The Fun of Driving) อันเป็น DNA สำคัญที่ฮอนด้ายึดมั่นมาโดยตลอด ซึ่ง Honda Super-ONE คือบทพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมอบความเร้าใจในการขับขี่ได้อย่างลงตัว ผ่านดีไซน์ทรง Boxy อันเป็นเอกลักษณ์ คาแรกเตอร์ที่โดดเด่น และ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะรุ่น ในราคาจำหน่าย 990,000 บาท โดยในปีนี้ Super-ONE จะจำหน่ายในประเทศไทย 30 คันเท่านั้น ฮอนด้า เชื่อว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยสร้างสีสันและมอบทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ที่มองหารถที่โดดเด่นและขับสนุกในแบบฉบับฮอนด้า พร้อมเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียนรู้ความต้องการของตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต”
.jpg)
Honda Super-ONE ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขับสนุกจากฮอนด้า พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series สู่สัดส่วนตัวรถในสไตล์ Low & Wide โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยมสไตล์ Boxy พร้อมโป่งล้ออันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนคาแรกเตอร์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รองรับการขับขี่ถึง 5 โหมด โดยมาพร้อมไฮไลต์ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยปลุกความสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่ ผสานระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง เพิ่มฟีลลิ่งสปอร์ตทุกครั้งที่กดคันเร่ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินไซซ์ มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตที่โอบกระชับ และเบาะหลังที่แยกพับแบบ 50:50 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายพร้อมฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย เทคโนโลยีการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน เติมเต็มทุกประสบการณ์การเดินทางให้มั่นใจยิ่งขึ้น
ตอบสนองทันใจ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่สนุกในทุกสปีด ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ เมื่อใช้งาน BOOST Mode และมอบแรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ภายใต้การทดสอบมาตรฐาน NEDC) มาพร้อมระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ ที่ควบคุมได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความแตกต่าง
.jpg)
ไฮไลต์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Honda Super-ONE ใหม่
IT'S SO KULT! ทะยานไปได้ทุกที่ สนุกได้สุดในแบบของคุณ
✧ EXTERIOR THAT BOOSTS EXCITEMENT
ดีไซน์ภายนอกที่ปลุกความเร้าใจ
- ดีไซน์โป่งล้อ (Blister Fenders) อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเน้นสัดส่วนตัวรถแบบ Low & Wide ให้ดูมั่นคง ทรงพลัง
- สเกิร์ตข้าง (Side Sill Garnish) ที่เชื่อมต่อกับซุ้มล้อ เสริมเส้นสายด้านข้างให้ต่อเนื่อง เพิ่มความสปอร์ต
- ช่องดักอากาศด้านล่าง (Tech Lower Intake) ที่โดดเด่นด้วยลวดลายรูปทรง Heat Sink พร้อมช่องรับอากาศบริเวณกระจังหน้า (Offset Power Bulge) และปีกหน้าด้านล่าง (Dynamic Aero Wing) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศเพื่อระบายความร้อนของตัวรถ
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง (Rear Breather Duct) ออกแบบให้ช่วยนำอากาศจากด้านหน้าสู่ท้ายรถอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงต้านอากาศและเสริมสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์
- โลโก้ Honda ด้านท้ายแบบตัวอักษรแนวนอน ในโทนสี Platinum ถ่ายทอดความพรีเมียมและทันสมัย พร้อมสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
- ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สไตล์สปอร์ตแบบ 8 ก้าน ถ่ายทอดแนวคิด Light & Tough ที่ผสานความเบาและความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน
- ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟหน้าแบบ LED ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ และไฟท้ายแบบ LED
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
- สปอยเลอร์หลัง
.jpg)
✧ SPACE THAT BOOSTS YOUR LIFESTYLE
พื้นที่ที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมบูสต์ทุกวันให้สนุกยิ่งขึ้น
- ภายในห้องโดยสารสีทรีโทน ขาว/เทา/ฟ้า ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า สะท้อนบุคลิกความสนุกอย่างมีสไตล์ เติมฟีลลิ่งความเพลิดเพลินในทุกการเดินทาง
- เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ต
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร บริเวณแผงคอนโซล โดยจะเปลี่ยนโทนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อเลือกโหมดการขับขี่ BOOST Mode มอบความรู้สึกมีชีวิตชีวาและฟีลลิ่งการขับขี่ที่เร้าใจ
- พวงมาลัยหุ้มหนังแท้คุณภาพสูง ตกแต่งด้วย Blue Stitching
พร้อมฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้ทุกวันง่ายขึ้น และทุกการเดินทางสนุกขึ้น
- Google Built-in เติมเต็มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 8 ตำแหน่ง ถ่ายทอดพลังเสียงรอบทิศทางผ่านการจัดวางลำโพงอย่างพิถีพิถันในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อมิติเสียงที่สมจริงและเติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทาง
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
- ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า Type-C 2 ตำแหน่ง กำลังไฟ 60W
- ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เจเนอเรชันที่ 4
- เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อน (Heater Front Seats)
- ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์

✧ ELECTRIFIED PERFORMANCE THAT BOOSTS YOUR ADRENALINE
สมรรถนะแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่บูสต์ความสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่
- มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series มอบสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัวและมั่นใจ ผสานกับความกว้างของช่วงล้อและยางหน้ากว้างขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถขณะเข้าโค้งและเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
- ตอบสนองทันใจ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่สนุกในทุกสปีด ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ เมื่อใช้งาน BOOST Mode มอบสมรรถนะที่แรงเร้าใจด้วยแรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร
- มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ภายใต้การทดสอบมาตรฐาน NEDC)
- ทำงานกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ ที่ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เพียงการกดปุ่มที่แผงเกียร์ที่บริเวณคอนโซลกลาง
- รองรับถึง 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ ECON, CITY, NORMAL, SPORT และ BOOST ที่สามารถเลือกโหมดให้ปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์และทุกอารมณ์การขับขี่ โดยเลือกได้อย่างง่ายดายผ่านการดันขึ้น-ดึงลงสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Modeบริเวณคอนโซลกลาง ในขณะที่โหมด BOOST จะติดตั้งไว้บนพวงมาลัยช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเรียกใช้งานได้ทันที เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น
พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ออกแบบเพื่อประสบการณ์เร้าใจในทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย อาทิ
- มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ดีไซน์ที่ผสานทั้งความคลาสสิกและฟังก์ชัน โดยแบ่งพื้นที่ด้านบนในการแสดงตำแหน่งเกียร์เสมือน (Simulated gear level display) และแบ่งพื้นที่การแสดงข้อมูลการขับขี่เป็น 3 มาตรวัด(Triple Meter Design)
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
· ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB)
· ระบบ Auto Brake Hold
✧ SAFETY THAT BOOSTS YOUR CONFIDENCE
เทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง
- เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงาน 6 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: LSF)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ
- เซนเซอร์กะระยะ หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
- ถุงลมคู่หน้า
- ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
- ม่านถุงลมด้านข้าง
- ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
- ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
- ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
✧ BOOST YOUR Super-ONE
อัปสไตล์ที่ใช่ สะท้อนตัวตนในแบบคุณ
บูสต์ความโดดเด่นให้ Honda Super-ONE ใหม่ อีกขั้น ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่ช่วยอัปลุคและเติมคาแรกเตอร์ให้ชัดยิ่งขึ้น สะท้อนสไตล์สุดยูนีคของผู้ใช้งาน ผ่านชุดแต่ง 2 สไตล์ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์แต่คงสปิริตความสนุกไว้อย่างครบถ้วน
▸BULLDOG Style
บูสต์ความสนุกและดีไซน์อีกขั้น ด้วยแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณของ Honda City Turbo II สู่การตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย บนแกนของความคิดสร้างสรรค์ กล้าทดลอง และความสนุกสนานในการใช้รถ ภายใต้แนวคิด “REIWA BULLDOG” ถ่ายทอดสู่ลุคที่แข็งแกร่ง โดดเด่น และเปี่ยมด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัวในแบบของฮอนด้า ในรูปแบบแพ็กเกจรอบคัน BULLDOG Full Package ราคา 110,000 บาท เพื่อความโดดเด่นแบบจัดเต็มประกอบด้วย
- สติกเกอร์ลาย BULLDOG บริเวณกันชนหน้า 1 ชิ้น บริเวณประตูรถข้างซ้ายและขวาจุดละ 1 ชิ้น และบริเวณท้ายรถด้านขวา 1 ชิ้น
- สติกเกอร์ลายเส้นคาดกลาง สีเทาต่อเนื่องตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า จนไปถึงหลังคา
- ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ME-027 4 วง (ไม่รวมยาง)
- สปอยเลอร์หลัง
หรือเลือกไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่ง มิกซ์แอนด์แมตช์ตามสไตล์ที่ใช่ อาทิ
- ชุดสติกเกอร์ BULLDOG ราคา 20,000 บาท ประกอบด้วยสติกเกอร์ลาย BULLDOG บริเวณกันชนหน้า 1 ชิ้น บริเวณประตูรถข้างซ้ายและขวาจุดละ 1 ชิ้น และบริเวณท้ายรถด้านขวา 1 ชิ้น และสติกเกอร์ลายเส้นคาดกลาง สีเทาที่ต่อเนื่องตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า หลังคา ไปจนถึงสปอยเลอร์ท้าย เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น
- ชุดล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ME-027 4 วง (ไม่รวมยาง)ราคา 70,000 บาท
- สปอยเลอร์หลัง ราคา 30,000 บาท