ฉลองครบรอบ 10 ปี! ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ และ เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่อันน่าทึ่ง BONNEVILLE T120 BLACK DGR LIMITED EDITION

เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์ หรือ Distinguished Gentleman’s Ride (DGR) เป็นการรวมตัวกันของแฟนจักรยานยนต์สไตล์คลาสสิกและวินเทจหลายแสนคนทั่วโลก เพื่อระดมทุน และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ชาย ทั้งนี้ DGR ก่อตั้งขึ้นที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2012 โดย Mark Hawwa ที่ต้องการรวมกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์ ไปพร้อมกับการร่วมกันทำความดี ซึ่งตลอดการจัดงานที่ผ่านมา DGRมีการเติบโตขึ้นทุกปี ปัจจุบันครอบคลุมทั่วโลกมีผู้ขับขี่มากกว่า 90,000 คน ที่ออกมาร่วมขับขี่กว่า 800 เมือง สามารถระดมทุนได้มากกว่า 37 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการวิจัยมะเร็งต่อมลูกหมากและสุขภาพจิตของผู้ชายจนถึงปัจจุบัน

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์ ครั้งแรกเมื่อปี 2014  โดยมีพันธกิจเพิ่มการรับรู้และการมีส่วนร่วม รวมทั้งเพิ่มการระดมทุน จากเหตุผลดังกล่าว ไทรอัมพ์รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับ Mark Hawwa และทีมงาน ในการสร้างคอมมิวนิตี้คนรักการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่น่าทึ่งแห่งนี้ให้เติบโต ผ่านการสนับสนุนทางการเงิน และทรัพยากรที่ช่วยยกระดับโปรไฟล์ของ DGR ทั่วโลก ไปจนถึงการมอบรางวัลพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อแบ่งปันความหลงใหล และแรงผลักดันที่ทำให้ DGR เป็นงานการกุศลของการขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ทั้งนี้การมีส่วนร่วมสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของ ไทรอัมพ์คือการเพิ่มการรับรู้และสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ระดมทุนทั่วโลก โดยการจัดหารถจักรยานยนต์จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Modern Classic เพื่อมอบเป็นรางวัลให้กับผู้ระดมทุนชั้นนำ ในปีก่อนหน้า ได้นำเสนอรถจักรยานยนต์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะ อาทิ Triumph Thruxton RS DGR Edition ที่ไม่มีใครเหมือน และ Triumph Bonneville T120 รุ่นคัสตอม '1959 Legends' รวมถึงกีตาร์ Gibson Les Paul Standard ที่เข้าชุดกัน มอบให้กับผู้ระดมทุนสูงสุดในปี 2022 อันเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทรอัมพ์และ กิ๊บสัน

สำหรับปี 2023 นับเป็นปีที่ 10 ของความร่วมมืออันน่าทึ่งนี้ และถือเป็นก้าวสำคัญของ ไทรอัมพ์และ DGR เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบสำคัญ และช่วยให้งาน DGR ปี 2023 เป็นปียิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จมากที่สุด ไทรอัมพ์ได้รังสรรค์รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ “Bonneville T120 Black Distinguished Gentleman’s Ride Limited Edition” ที่มาพร้อมความพิเศษเพียงจำนวน 250 คันในโลกเท่านั้นรถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับการออกแบบด้วยโทนสี DGR เมทัลลิกขาวดำที่มีสไตล์ โดดเด่นด้วยโลโก้DGRบนถังน้ำมันและแผงด้านข้าง พร้อมรายละเอียดสีทอง รวมถึงเบาะนั่งสีน้ำตาลอันโดดเด่น โดยแต่ละคันมาพร้อมใบรับรองที่มีหมายเลขซึ่งลงนามโดย มาร์ค ฮาววา ผู้ก่อตั้ง DGR และ นิค บลอร์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์– ที่พร้อมนำเสนอรุ่นลิมิเต็ด เลข001 สำหรับการระดมทุนสูงสุดในปี 2023

พร้อมกันนี้การครบรอบปีที่ 10ไทรอัมพ์รู้สึกตื่นเต้นในการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยการเดินหน้าสนับสนุนอย่างเป็นทางการของเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์ DGR ที่เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันใหม่ทั้งหมด อันเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง DGR ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อสุขภาพของผู้ชาย

ทั้งนี้คอมมิวนิตี้ทั้งหมดของไทรอัมพ์ ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายผู้แทนจำหน่าย แฟน ๆ ทั่วโลก ไปจนถึงพนักงาน นักออกแบบ และวิศวกร มีความมุ่งมั่นที่จะขยายการเข้าถึง และสร้างผลกระทบของงาน DGR อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนโครงการดี ๆ อันน่าทึ่งนี้

                                   
เราจะร่วมกันทำให้ปี 2023เป็น DGR ที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จมากที่สุด

มร.มาร์ค ฮาววา ผู้ก่อตั้ง “เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์” (The Distinguished Gentleman’s Ride) เผยว่า“หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หากใครพูดว่าเราจะร่วมฉลองทศวรรษของการเป็นพันธมิตรกับไทรอัมพ์ผมคงแปลกใจ โดยปีแรกของการเซ็นสัญญาถือเป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะไทรอัมพ์เปรียบเหมือนครอบครัว เพราะคนที่เข้าร่วมงาน DGR ล้วนมีความหลงใหลในการขับขี่รถจักรยานยนต์สไตล์คลาสสิก ที่มาร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับงาน เราภูมิใจมากที่ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่น Bonneville T120 Black Distinguished Gentleman's Ride Limited Edition เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จที่เราได้ทำร่วมกัน”

มร.พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวว่า"เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ฉลองครบรอบ10 ปีของความสัมพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ของเรากับDGR ซึ่งเป็นความร่วมมือที่สำคัญอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับไทรอัมพ์และแฟนๆไทรอัมพ์DGR หลายพันคนทั่วโลกจากจุดเริ่มต้นที่มองเห็นได้อย่างจัดเจนว่าDGR และ  ไทรอัมพ์สามารถเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยความหลงใหลในรถจักรยานยนต์ สไตล์และการขับขี่ที่ทุกคนหลงรักซึ่งสำคัญกว่าการได้เข้าร่วมระดมทุนโดยทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทศวรรษที่ผ่านมาของงานDGRตั้งแต่ทีมงานไทรอัมพ์และDGR จนไปถึงผู้แทนจำหน่ายทุกคนตลอดจนผู้จัดงาน เหล่าคาราวานที่สนับสนุนกิจกรรมที่เยี่ยมยอดนี้ควรภูมิใจในการจัดงานครั้งนี้ ไทรอัมพ์ จึงได้การเปิดตัวBonneville T120 Black DGR รุ่นใหม่ล่าสุดที่รังสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสอันยอดเยี่ยมนี้สำหรับผมแล้วจิตวิญญาณของDGR เป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างความสุขให้กับนักขี่ และพร้อมที่จะเฉลิมฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกัน”

Triumph Bonneville T120 Black DGR Limited Edition

ด้วยจำนวนเพียง 250 คันทั่วโลก จึงเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่น่าทึ่งและไม่เหมือนใคร

รถจักรยานยนต์ที่โดดเด่นที่สุดของ ไทรอัมพ์ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง

 ครบรอบ 10 ปี ครั้งสำคัญของความร่วมมือระหว่าง ไทรอัมพ์และ DGR

ทำให้ DGR ปี 2023 เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน

  • ความสวยงามเฉพาะตัว

-          รูปลักษณ์และการคัสตอมDistinguished Gentleman's Ride เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร

-          โทนสีทูโทนแบบโมโนโครมเมทัลลิกสีดำ Phantom Black และ สี Crystal White ตามการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 'ชุดสูท' ที่โดดเด่น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก 'dressing dapper'

-          รายละเอียดแถบคาดถังน้ำมันสีทองด้วยมือที่สวยงามและตรงแผงด้านข้างซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าและเครื่องประดับของ DGR เช่น นาฬิกาพกหรือเข็มกลัดสีทองสุดคลาสสิก

-          โลโก้DGR 2023 สีทองสุดโดดเด่นบนถังน้ำมันและแผงด้านข้าง

-          เบาะนั่งแบบนั่งเย็บสีน้ำตาลหรูหราพร้อมสายรัดคนซ้อนท้าย เสริมลุคคัสตอมสไตล์วินเทจ

  • ความพิเศษ
  • รุ่นลิมิเต็ด อิดิชันที่มีเพียง 250 คันทั่วโลก
  • รถจักรยานยนต์แต่ละคันมาพร้อมกับใบรับรองที่มีหมายเลขอ้างอิงVIN ของรถจักรยานยนต์ และหมายเลขรถ รุ่นDGR ลงนามโดยMark Hawwa ผู้ก่อตั้งDGR และNick Bloor จาก Triumph
  • หมายเลขรถ001จะถูกมอบให้กับผู้ที่ระดมทุนสูงสุดสำหรับ DGR ปี 2023
  • ขีดความสามารถ
  • ข้อมูลจำเพาะของ Bonneville T120 Black เจนเนอเรชันล่าสุดทั้งหมด พร้อมการควบคุมที่ดีขึ้นอย่างมาก เบรก Brembo ที่มีสเปคสูง และเทคโนโลยีเพื่อผู้ขี่



ข้อมูลจำเพาะ

Bonneville T120 Black

เหนือกาลเวลา ที่มาพร้อมขีดความสามารถ และความสวยงาม

ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2021 รถจักรยานยนต์ไอคอนของอังกฤษที่มาพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์สูบคู่ 1200 ซีซีเต็มไปด้วยพละกำลัง และ DNA ของ Bonneville ที่สวยงามไปสู่ระดับใหม่ทั้งหมด สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยคุณลักษณะที่เหนือกาลเวลาและความสามารถในการขี่ที่ง่าย ผ่านการควบคุมที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักที่เบาลงจากรุ่นก่อนถึง 7 กก. ขอบล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบาใหม่ และเบรก Brembo สเปคใหม่ที่สูงขึ้น พร้อมเทคโนโลยีผู้ขี่ใหม่ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและโหมดการขี่ที่ได้รับการปรับปรุง คันเร่งที่สามารถตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น อีกหนึ่งตำนาน Bonneville ที่ยังคงดำเนินต่อไป

พละกำลังเครื่องยนต์ และสมรรถนะ

เครื่องยนต์ของ T120 Black เป็นเครื่องยนต์สูบคู่สัญชาติอังกฤษขนาด 1200 ซีซี แรงบิดสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น โดยมวลเครื่องยนต์T120 รุ่นล่าสุดลดลงอย่างมากจากการใช้เพลาข้อเหวี่ยงที่เบาลง เมื่อรวมกับคลัตช์และเพลาบาลานซ์เซอร์ที่ได้รับการปรับปรุง ยิ่งลดแรงเฉื่อย ซึ่งทำให้รุ่นใหม่มีคันเร่งที่ตอบสนองได้ฉับไวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ T120 ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อให้มีแรงบิดสูง ตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบกลาง ทำให้มีสมรรถนะที่เร้าใจ ให้แรงบิดสูงสุด 105 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบต่อนาที และให้กำลังสูงสุด 80 แรงม้าที่ 6,550 รอบต่อนาที พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ออกแบบอย่างละเอียด เครื่องยนต์จึงเกินข้อกำหนด EURO 5 ทำให้ปล่อยมลพิษต่ำกว่ารุ่นก่อนและประหยัดเชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้น

T120 Black มาพร้อมกับระยะการบริการที่ 16,000 กิโลเมตร

การขับขี่

การขับขี่ที่สร้างแรงบันดาลใจที่มาพร้อมความมั่นใจอันเป็นเครื่องหมายการค้าของ T120 ได้รับการปรับปรุงด้วยขนาดน้ำหนักที่เบาลง 7 กก. จากรุ่นก่อนหน้า ขอบล้ออลูมิเนียม (18'' X 2.75'' ที่ด้านหน้า และ 17'' X 4.25'' ที่หลัง) ช่วยลดน้ำหนักและแรงเฉื่อยลงอย่างมาก ทำให้ T120 ใหม่มีความคล่องตัวและคล่องแคล่วมากขึ้นเมื่อขี่ รวมถึงการเคลื่อนตัวเมื่อมีการหยุดนิ่ง

ระบบเบรกหน้า Brembo สเปคสูงพร้อมดิสก์คู่และคาลิปเปอร์แบบเลื่อน 2 ลูกสูบ มอบการหยุดที่ดีเยี่ยม รวมถึงความปลอดภัยและการควบคุมยังเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดด้วยระบบ ABS รุ่นล่าสุดของไทรอัมพ์และระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบเปิดปิดได้

การผสมผสานระหว่างน้ำหนักของรถที่เบาลง ล้อใหม่ และการตั้งค่าเบรกที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น ทำให้ T120 รุ่นล่าสุดเป็น Bonneville T120 ที่ควบคุมได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่

Bonneville T120 Black มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่ระดับสูง มีระบบควบคุมความเร็วคงที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานพร้อมกับโหมดการขี่ที่ได้รับการปรับปรุง

ระบบควบคุมความเร็วคงที่ตั้งค่าผ่านปุ่มเฉพาะบนแฮนด์บาร์ ทำให้สะดวกในการใช้อย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ เช่นเดียวกับการเลือกโหมดการขี่ ผู้ขี่สามารถเลือกระหว่างโหมดการขี่ Rain และ Road ซึ่งจะปรับตัวรถจักรยานยนต์ให้เข้ากับสภาพการขี่

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่สนับสนุนผู้ขับขี่ ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน ได้แก่ คลัตช์ช่วยผ่อนแรง ซึ่งช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ในสภาพการจราจรที่หนาแน่นหรือการเดินทางไกล ระบบป้องกันการโจรกรรมที่ติดตั้งในกุญแจ มีช่องเสียบชาร์จ USB ใต้เบาะนั่ง และช่องเสียบปลั๊กสำหรับอุปกรณ์เสริมปลอกมือจับปรับอุณหภูมิไฟฟ้า

ไฟหน้า Daylight แบบ LED อันโดดเด่น ซึ่งทำให้ผู้ใช้ถนนรายอื่นมองเห็นรถจักรยานยนต์ได้ง่ายขึ้น

สไตล์

รูปลักษณ์  Bonneville ที่ไม่มีใครเทียบได้ผสมผสานสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ T120 เข้ากับคุณสมบัติระดับพรีเมียมล่าสุดของไทรอัมพ์

แผงหน้าปัดดีไซน์ 3 มิติ พร้อมสัญลักษณ์ Bonneville ในแบบอักษรและสีแบบดั้งเดิม จอแสดงผลดิจิทัลแบบมัลติฟังก์ชันให้ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดแก่ผู้ขับขี่ เช่น การตั้งค่าโหมดการขี่ สถานะของระบบควบคุมความเร็วคงที่ ไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ควบคุมผ่านปุ่มเลื่อนที่ใช้งานง่าย และเข้าถึงได้ง่ายซึ่งติดตั้งอยู่บนแฮนด์บาร์

ถังน้ำมัน Bonneville แกะสลักอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมป้ายโลหะชุบโครเมียม 3 แถบ เพิ่มสไตล์ที่โดดเด่นให้กับการออกแบบ T120 ที่ไม่มีใครเทียบ

นับเป็น Bonneville T120 Black ที่ดุดัน แต่โดดเด่นด้วยรายละเอียดและส่วนประกอบสไตล์รมดำระดับพรีเมียม รวมถึงขอบล้อ ราวจับ ฝาครอบเครื่องยนต์ กระจก กรอบไฟหน้า ไฟเลี้ยว และท่อไอเสีย

มีอุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์มากกว่า 100 รายการช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรถจักรยานยนต์ของตนเองได้

Bonneville T120 Black Distinguished Gentleman’s Ride Limited Edition

 

Bonneville T120 Black Distinguished Gentleman's Ride Limited Edition

ชนิดเครื่องยนต์

ระบายความร้อนด้วยของเหลว 8 วาล์ว SOHC 270 ° มุมข้อเหวี่ยงคู่ขนาน

ขนาดเครื่องยนต์

1,200 ซีซี

กระบอกสูบ

97.6 มม.

ช่วงชัก

80.0 มม.

อัตราส่วนการอัด

10.0:1

กำลังสูงสุด

80 แรงม้า ที่ 6,550 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด

105 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที

ระบบเชื้อเพลิง

 การฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบต่อเนื่องหลายจุด

ท่อไอเสีย

ระบบท่อไอเสียโครเมียม 2 ออก 2 พร้อมท่อเก็บเสียงโครเมียมคู่ (T120) ระบบท่อไอเสียสีดำ 2 ออก 2 พร้อมท่อเก็บเสียงสีดำคู่ (T120 Black)

คลัตช์

คลัตช์ช่วยบิดแบบเปียก หลายแผ่น

ระบบเกียร์

เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

โครงรถ

เหล็กท่อ, โครงเปลคู่

สวิงอาร์ม

การผลิตสองด้าน

ล้อหน้า

ขอบอะลูมิเนียม 32 ก้าน 18 x 2.75 นิ้ว

ล้อหลัง

ขอบอะลูมิเนียม 32 ก้าน 17 x 4.25 นิ้ว

ยางหน้า

100/90-18

ยางหลัง

150/70 R17

ช่วงล่างด้านหน้า

Ø 41 mm cartridge forks

ช่วงล่างด้านหลัง

RSU คู่พร้อมการปรับพรีโหลด

เบรคหน้า

ดิสก์เบรกคู่ 310 มม. คาลิปเปอร์ลอย Brembo 2 ลูกสูบ และ ABS

เบรคหลัง

ดิสก์เบรกเดี่ยว 255 มม. คาลิปเปอร์ลอย Nissin 2 ลูกสูบ และ ABS

เครื่องมือ

มาตรวัดความเร็วและมาตรวัดรอบแบบอะนาล็อกแบบสองหน้าปัดพร้อมจอ LCD มัลติฟังก์ชัน

ขนาดและน้ำหนัก

ความยาว

2,170 มม. (85.4 นิ้ว)

ความกว้าง (แฮนด์)

780 มม. (30.7 นิ้ว)

ความสูงไม่มีกระจก

1,100 มม. (43.3 นิ้ว)

ความสูงที่นั่ง

790 มม. (31.1 นิ้ว)

ระยะฐานล้อ

1,450 มม. (57.1 นิ้ว)

Rake

25.5 °

Trail

105.2 มม. (4.1 นิ้ว)

น้ำหนักเปียก

236 กก. (520 ปอนด์)

ความจุถังเชื้อเพลิง

14.5 ลิตร (3.8 US gal)

การใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ

การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง

60.1 mpg (4.7 ลิตร/100 กม.)

CO2 Figures

107 ก./กม

มาตรฐาน

Euro 5 ข้อมูลการปล่อย CO2 และการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงถูกวัดตามข้อบังคับ 168/2013/EC ตัวเลขสำหรับการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้มาจากเงื่อนไขการทดสอบเฉพาะและใช้เพื่อการเปรียบเทียบเท่านั้น อาจไม่สะท้อนผลการขับขี่ที่แท้จริง

SERVICE

บริการ

16,000 กิโลเมตร หรือในระยะเวลา 12 เดือน

Visitors: 1,553,283